
ด้วยความตั้งใจของผู้เกี่ยวข้องในการจัดสร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าอนันตยศปฐมกษัตริย์แห่งเขลางค์นครแลจัดพิธีอัญเชิญอันยิ่งใหญ่เพื่อประดิษฐานบนพระแท่นเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ บริเวณกำแพงด้านนอก วัดพระเจ้าทันใจ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง (นายวิวัฒน์ อินไทยสงค์)เป็นประธานในพิธี และเมื่อวันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ.2569 ท่านได้ไปทำพิธีสระเกล้าดำหัวไหว้สาปารมีพระเจ้าอนันตยศเป็นปฐมฤกษ์เนื่องในเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีคณะศรัทธาจากที่ต่างๆมา กราบไหว้บูชาพระองค์ท่านกันอย่างต่อเนื่อง คณะผู้เกี่ยวข้องอันประกอบด้วยชุมชุน องค์กรเจ้าของพื้นที่ทั้งเทศบาลตำบลต้นธงชัย ตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง องค์กรภาครัฐเอกชนและเครือข่ายลำปางรักเมืองเก่าจึงได้จัดประชาสังคมเพื่อหาแนวทางการจัดระบบและบริหารพื้นที่ตั้งร่วมทำจัดกิจกรรมให้เกิดเป็นประเพณีท้องถิ่นเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านและสืบทอดเผยแพร่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมและได้ลงมติร่วมกันเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการอนุสาวรีย์พระเจ้าอนันตยศซึ่งประกอบด้วยบุคคลกรทั้งเทศบาลและผู้มีจิตอาสาเข้าร่วมขับเคลื่อนงานต่อไปโดยได้รับความกรุณาจากท่านนายกเทศมนตรีตำบลต้นธงชัย(นายธวัชชัย ปินตาศรี) เป็นประธานกรรมการและท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลบ่อแฮ้วหนองกระทิง(นายวิทยา วงศ์ชมพู) และกลุ่มผู้นำอีก 3 ท่านเป็นรองประธาน มีคณะกรรมการฝ่ายต่างๆที่สมัครใจเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการโดยได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระเจ้าทันใจ (พระครูพุทธิธรรมโสภิต) ลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ยังมีงานทางธุรการที่จะนำเสนอให้กรรมการระดับจังหวัดเพราะกำหนดเป็นนโยบายให้ทุกส่วนให้ดำเนินงานต่อไป จุดสำคัญคือการสร้างความเข้าใจในเรื่องราวทางประวัตติศาสตร์ที่เกี่ยวโยงนครเขลางค์เมืองเก่ายาวนานกว่า 1300 ปี การสร้างความผูกพัน มองเห็นคุณค่าที่ดีงามในอดีตของผู้คนจึงมีความจำเป็นในการสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันทั้งตัวองค์ความรู้และการสัมผัสร่องรอยของสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ เครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่าจึงจัดโครงการในรูปการสัมมนาจร ภายใต้ชื่อ "โตยฮอย(ตามรอย)เมืองเก่าเขลางค์นคร 1300 ปี" ขึ้นโดยเน้นที่คณะกรรมการอนุสาวรีย์พระเจ้าอนันตยศเป็นกลุ่มแรกและคงได้ดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายอื่นๆต่อไป



ท่านผู้ว่าฯลำปางเป็นประธานบวงสรวงไหว้สาปารีพระเจ้าอนันตยศในช่วงสงกรานต็ปี พ.ศ. 2569
การประชุมประชาสังคมเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการอนุสาวรีย์พระเจ้าอนันตยศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ณ ศาลาบำเพ็ญบุญ วัดพระเจ้าทันใจ ลำปาง
โดยหลวงพ่อวัดพระเจ้าทันใจมาเป็นประธานในการทำประชาสังคม
ที่ประชุมหารือและรวมวางแนวทางคณะกรรมการและการจัดประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอนันตยศ
ที่ประชุมเห็นชอบให้นายกฯธวัชชัย ปินตาศรีเป็นประธานคณะกรรมการฯ
หลวงพ่อแสดงความยินดีในความตั้งใจของทุกคนและปิดการประชุมประชาคม
กิจกรรมโครงการสัมมนาจร " โตยฮอยเมืองเก่าเขลางค์นคร 1300 ปี ณ วัดเกาะวาลุการามและพื้นที่เมืองเก่านครลำปาง
การจัดสัมมนาจรแบ่งเป็น 3 ช่วง : 1.เรียนรู้ข้อมูลพื้นฐานลำปางเมือง 3 ยุค 2.พาคณะฯศึกษาดูงานพื้นที่เมืองโบราณในเมืองลำปาง 3.แลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังการศึกษาดูงาน
พ.อ.สันดุษิต ดีบุกคำ ประธานเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่าชี้แจงจุดประสงค์ในการจัดสัมมนาจรครั้งนี้
ท่านเจ้าอาวาสวัดเกาะวาลุการาม เจ้าคณะตำลสวนดอก พระอาจารย์สุชาติ จันทสโร (ดร.) มาเป็นประธานกล่าวเปิดและตอนรับคณะสัมมนาจร
อ,มงคล ถูกนึก วิทยากรบรรยาย พร้อมชมวีดีโอและพาชมนิทรรศการลำปาง เมือง 3 ยุค
วีดีโอเรื่องราวของพระเจ้าอนันตยศในประวัติศาสตร์ลำปาง 1300 ปี ยุคที่ 1
หลังจากนั้นพาคณะออกศึกษานอกสถานที่เมืองโบราณในเมืองลำปาง
เอกสารประกอบการศึกษาดูงาน
วิทยากรบรรยายเสริมระหว่างดูงาน
จุดแรกพาชมข่วงเม็งจุดพระสุพรหมฤาษีและพรานเขลางค์พาพระเจ้าอนันตยศดูชัยภูมิสร้างเมืองเขลางค์นคร ปัจจุบันอยู่ในค่ายสุรศักดิ์มนตรี
แวะเยี่ยมชมกองพัน ม. 17 พัน 2 (กองพันกระทิงดำ) ในค่ายสุรศักดิ์มนตรีเป็นอาคารโรงทหารที่เจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิตสร้างถวาย ร.ที่ 5 เพื่อเป็นหน่วยทหารประจำจังหวัดลำปางหลังเหตุการณ์กบฏเงี้ยว
พาคณะข้ามแม่นัำวังไปฝั่งตะวันตกผ่านวัดพระแก้วดอนเต้าฯเพื่อชมวัดร้างผาบ่องบริเวณวางจุดหมายใจเมืองเขลางค์นครเรียก"ผาบ่อง" (ก้อนศิลาเจาะรูตรงกลาง) ลักษณะเป็นหลักเมืองตามคติที่ใช้แทนในยุคต่อมา
ผ่านประตูม่าประตูเมืองยุคเขลางค์นครด้านทิศเหนือของกำแพงหอยสังข์เพื่อออกประตูตาลสู่ถนนโบราณทางเชื่อมระหว่างเมืองเขลางค์นครกับเวียงอาลัมพางค์ (วัดพระเจ้าทันใจ)
ลุงตุ่ยช่างถ่ายภาพประจำเครือข่ายฯ
เส้นทางถนนโบราณ ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร เหลียวมองไปด้านหลังจะมองเห็นองค์เจดีย์วัดพระแก้วดอนเต้า
จากถนนโบราณวิ่งผ่านวัดพระเจ้าทันใจไปตามถนนพระเจ้าทันใจดูวัดร้างกู่ขาวโบราณสถานอันเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธสิขีปฏิมาศิลาดำพระประจำพระองค์พระเจ้าอนันตยศและเป็นวัดที่พระนางจามเทวีเสด็จมาปฏิบัติธรรมในคราประทับที่เวียงอาลัมพางค์
แวะเข้าวัดกู่คำบริเวณติดกับวัดร้างกู่ขาวเพื่อมากราบนมัสการรูปหล่อพระนางจามเทวี (ปางบวช) ในศาลาพระนางเจ้่าติดกำแพงด้านในวัดกู่คำ
พาคณะเข้ากราบคารวะอนุสาวรีย์พระเจ้าอนันตยศ ณ วัดพระเจ้าทันใจ
ท่านายกฯวิทยาเป็นประธานสักการะและถวายพวงมาลัยแก่พระเจ้าอนันตยศ
คณะถ่ายภาพร่วมกัน
เดินทางไปยังวัดปงสนุกที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองละกอนในยุคที่ 2
แวะเยี่ยมชมวัดแสงเมืองมาอดีตเคยเป็นที่ตั้งของเวียงเขลางค์นครในยุคที่ 1 เป็นวัดสำคัญในการเผยแผ่พุทธศาสนาลัทธิป่าแดงในสมัยเจ้าหมื่นแก้วหาญแต่ต๊อง ยุคที่ 2 และเป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวข้องกับการกู้บ้านก็เมืองสมัยพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่นครลำปางยุคที่ 3
วิทยากรบรรยายถึงความสำคัญของวัดแสงเมืองมาที่เกี่ยวพันกับเมืองลำปางถีง 3 ยุค มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองลำปางที่น่าเรียนรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย
ก้อนหินที่พ่อเจ้าทิพย์ช้างใช้เสี่ยงทายก้อนออกไปปราบท้าวมหายศเมืองลำพูนที่มายึดเมืองลำปาง จนสามารถชิงเมืองคืนมาได้และได้รับการเชิดชูให้เป็นเจ้าเมืองนครลำปางเป็นปฐมกษัตริย์องค์แรกต้นตระกูลทิพยจักราธิวงค์ในยุคที่ 3
ออกจากวัดแสงเมืองมาพาคณะฯแวะย่านค้าไม้สักเมืองลำปางสมัยร. 5 และพ่อเจ้าบุญวาทย์ผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย ที่บ้านหลุยส์ บริษัทหลุยส์ ที รีโอโนเวนท์ผู้มีบทบาทสำคัญของเมืองลำปางในยุคนั้น ปัจจุบันกำลังพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งย่านชุมชนท่ามะโอ
ข้ามฟากแม่น้ำวังมาทางฝั่งตะวันออกที่ตั้งเมืองลำปางในยุคที่ 3 แวะชมหออะม๊อกป้อมปืนโบราณยุคที่ 3 สมัยเจ้าคำโสมครองเมืองลำปาง ป้อมปืนแห่งนี้ใช้ต่อต้านทัพพม่าที่จะเข้าตีเมืองลำปางจนต้องถอยล่นแม้แต่บันทึกของพม่าเองยังยอมรับว่าเมืองลำปางเข้มแข็งไม่อาจตีเมืองได้สำเร็จ เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่ชาวลำปางภูมิใจ
แล้วก็ถึงเวลากลับมาที่วัดเกาะฯเพื่อเติมพลังกับมือกลางวันที่แสนเอล็ดอร่อยที่ได้รับอนุเคราะห์จากผู้ใจบุญพร้อมไอสครีมบ้านดงสปอนเซอร์เจ้าประจำของวัดเกาะฯแห่งนี้
ช่วงสุดท้ายเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเสียงสะท้อนของสัมมนาสาชิก (เปิดชมได้จาก CLIP VDO ตอนท้ายเรื่องครับ
@ แทรกคลิปสัมภาษณ์แสดงความรู้สึกของรองนายกฯสวาทและผญ.ศุภชัย
การจัดสัมมนาจร โตยฮอยเมืองเก่าเขลางค์นคร 1300 ปีในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมเรียนรู้รหว่างผู้จัดและผู้ร่วมสัมมนาทีมงานจึงคิดว่ารูปแบบการเรียนรู้นี้จะสามารถขยายงานไปสู่คนในชุมชนและผู้สนใจทั่วไปให้เกิดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ได้ในอนาคตโดยเฉพาะสู่เยาวชนในโรงเรียนที่จะสามารถปลุกลุกคนรุ่นใหม่ให้เกิดการสืบทอดต่อไปได้
CLIP VDO ฉบับเต็ม : โครงการสัมมนาจร " โตยฮอยเมืองเก่าเขลางค์นคร 1300 ปี "