Hot!

Translate

เทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิงสุดเจ๋งพานักเรียนโรงเรียนผู้สูงวัยเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองลำปาง 1300 ปี


      วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569 เทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิงโดยการนำของท่านเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง (นายวิทยา วงศ์ชมภู) และคณะผู้บริหารของเทศบาลฯ จัดโครงการสัมมนาจร " ตามฮอยเจ้าครองนคร ส่องประวัติศาสตร์บ่อแฮ้ว-นครลำปางแก่กลุ่มผู้อาวุโสที่มีหัวใจพัฒนาของ"โรงเรียนสร้างสุข" ตำบลบ่อแฮ้วและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวน 45 คน โดยความร่วมมือของเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่าและวัดเกาะวาลุการาม ณ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้วัดเกาะวาลุการามและพื้นที่ประวัติศาสตร์ในเมืองลำปาง
    














        เริ่มต้นรายการตามธรรมเนียมโดยท่านนายกเทศมนตรีเป็นประธานกล่าวเปิดงานแนะนำทีมงานของท่าน จากนั้นท่านเจ้าอาวาส เจ้าอธิการสุชาติ จันทสโร เจ้าคณะตำบลสวนดอก กล่าวต้อนรับให้แง่คิดทางธรรมและกล่าวถึงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองลำปางและภาระกิจของวัดเกาะฯกับชุมชนกาดกองต้าและสาธุชนกับวัดแห่งนี  ลงท้ายแนะนำทีมงานของเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่าในฐานะผู้สนับสนุนและร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ในโครงการฯ

 
 
      วิทยากรบรรยายประวัติศาสตร์ลำปาง 1300 ปี เมือง 3 ยุค


     ชมวีดีทัศน์ การจัดตั้งเขลางค์นครยุคอาณาจักรหริภุญไชย ในยุคที่ 1


      นำชมพิพิธภัณฑ์บูรพกษัตริย์ของเมืองลำปาง ทั้ง 3  ยุค





         วิทยากร อ.มงคล ถูกนึกนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองลำปางบรรยายพร้อมนำ  
     ชมประวัติศาสตร์ลำปางเมือง 3 ยุคในพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้วัดเกาะวาลุการาม

  
          จากนั้นพาคณะสัมมนาจรขึ้นรถรางศึกษาพื้นที่เมืองโบราณในเขตกำแพงเมือง        เก่าทั้ง 3 ยุค



      วิทยากรปูพื้นความรู้ประวัติศาสตร์ลำปาง 1300 ปีก่อนแล้วพาขึ้นรถรางไปศึกษา 
    สถานที่จริงในบริเวณกำแพงเก่าเมืองลำปาง



          มุ่งสู่ "ข่วงเม็ง" จุดที่พระสุพรหมฤาษีพาพระเจ้าอนันตยศดูชัยภูมิสร้างเมือง  
     พร้อมพรานเขลางค์คนนำทาง
     
 

 

         จากจุดเนินสูงสุดบริเวณข่วงเม็งมองไปทางฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำวัง จะเห็น 
    เจดีย์วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามอันเป็นชัยภูมิตั้งเมืองเขลางค์ได้อย่างเด่นชัด




         ได้รับการต้อนรับนำชมจากจ่านะ วิทยากรนำชมประจำบ้านป่องนักของค่าย 
    สุรศักดิ์มนตรี นครลำปางเป็นอย่างดียิ่ง หากท่านได้มีโอกาสเข้าชมพิพิธภัณฑ์บ้าน
    ป่องนักเชิญเรียกใช้บริการจากจ่านะและทีมงานได้เลยครับ


          จาก "ข่วงเม็ง" สู่วัดพระแก้วฯและวัดร้างผาบ่องจุดวางศิลาเจาะรูตรงกลาง 
     (ผาบ่อง) หมุดหมายใจเมืองในยุคอาณาจักรหริภุญไชย
  




         บริเวณวัดร้างผาบ่องใกล้ประตูผาบ่องที่จัดวางศิลาผาบ่อง ปัจจุบันเหลือพื้นที่
     ราว 2 งาน จากการสร้างที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน รอการขุดสำรวจและพัฒนาให้เป็น
     จุดหมายใจเมืองในอดีตเพื่อจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เมืองลำปาง       1300 ปี ในอนาคต

   

    

         ผ่าน"ประตูม่าและกำแพงเมือง" ประตูเมืองเก่าเส้นทางสัญจรเข้าออกเมืองใน
     อดีต


        เส้นทางโบราณระหว่างเวียงเขลางค์ออกทางประตูตาลสู่เวียงอาลัมพางค์ 
     (บริเวณวัดพระเจ้าทันใจ จุดที่ตั้งอนุสาวรีย์พระเจ้าอนันตยศ) ระยะทาง 1.6 
     กิโลเมตรเส้นทางเสด็จของพระเจ้าอนันตยศเข้าเฝ้าพระมารดา  (พระนางจาม
     เทวี)  ในคราวเสด็จมาประทับเพื่อปฎิบัติธรรมในช่วงบั้นปลายชีวิตของพระนาง
 





         เส้นทางโบราณหากเดินทางจากประตูตาลมาช่วงกลางทางถ้าเหลียวกลับไป
     จะมองเห็นยอดเจดีย์วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามได้อย่างชัดเจน

  

         แม้ปัจจุบันถนนโบราณเส้นนี้จะได้จัดสร้างเป็นถนนคอนกรีตตลาดแนวเพื่อการ
    สัญจรของชุมชนซึ่งยังคงรักษาเส้นทางเดิมไว้ตลอดเส้นทาง


          ออกจากถนนโบราณเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระเจ้าทันใจสู่บริเวณวัดร้างกู่ขาว
    โบราณสถานอันเป็นจุดที่เคยประดิษฐานพระพุทธสิขีปฎิมาศิลาดำพระประจำ
    พระองค์ของพระเจ้าอนันตยศ






          พระพุทธสิขีเจ้าองค์จำลองที่จัดสร้างเพื่อรำลึกถึงพระองค์จริงที่สาปสูญเมื่อ
       กองทัพอยุธยาเข้าตีเมืองละกอนและนำกลับอยุธยาเมื่อกว่า 500 ปีที่แล้ว




           เดินทางเข้าวัดกู่คำวัดหลักในย่านโบราณสถานวัดกู่ขาว กู่แดง กู่คำ วัดปันเจิง
     และวัดพระเจ้าทันใจที่เคยรุ่งเรื่องในอดีต ปัจจุบันวัดกู่คำมีศาลาที่ประดิษฐาน 
     รูปปั้นพระนางจามเทวีปางบวชเพื่อให้สาธุชนเข้าสักการะ อันมีตำนานและประวัติที่
     เกี่ยวโยงกับพระนางจามเทวีและพระเจ้าอนันตยศ













         คณะออกจากวัดกู่คำมายังลานอนุสาวรีย์พระเจ้าอนันตยศปฐมกษัตริย์แห่ง
     เขลางค์นคร บริเวณกำแพงชั้นนอกของวัดพระเจ้าทันใจซึ่งมีพื้นที่ติดกับวัดร้างกู่
     ขาวด้านทิศตะวันตก เพื่อกราบสักการะพระเจ้าอนันตยศที่ได้อัญเชิญมา
     ประดิษฐานเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมาโดยท่านผู้ว่าราชการ
     จังหวัดลำปาง (นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยสงค์) มาเป็นประธานพร้อมภาครัฐเอกชน
     และประชาชนจากทุกอำเภอของจังหวัดลำปางมาร่วมงาน
 















            จากเมืองยุคที่ 1 เขลางค์นครมุ่งสู่วัดปงสนุกจุดที่ตั้งเมืองละกอน เมืองในยุค
     ที่ 2 แห่งอาณาจักรล้านนา เมืองละกอน  (มีเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองหลวง) ได้ชื่อ  
     ว่า  "เมืองผู้กล้าคนหาญ" มักเป็นทัพหน้าของเชียงใหม่ในการรบกับกองทัพจาก
     อยุธยาและศัตรูผู้รุกรานอยู่เสมอ มีหลายครั้งที่ทัพเมืองละกอนเข้าช่วยแก้ปัญหา
     ความไม่สงบในเมืองเชียงใหม่






        วัดปงสนุกเดิมชื่อ"วัดเชียงภูมิ" เป็นแหล่งที่อยู่ของชาวพะเยาที่อพยพมาตั้ง
    ถิ่นฐานบริเวณนี้ต่อมาในยุคหลังจะมีชาวเชียงแสนเข้ามาอยู่จึงเปลี่ยนเป็นชื่อ
    "วัดปงสนุก" ตามชาวเชียงแสนที่มาตั้งถิ่นฐานในช่วงหลัง



 เสาหลักเมืองดังเดิมเคยอยู่ที่วัดปงสนุกปัจจุบันได้ย้ายไปรวมที่ศาลหลักเมืองลำปางบริเวณศาลากลางเก่าหน้าตลาดเทศบาลนครลำปาง



         รูปปั้นสิงห์หน้าวัดปงสนุกศีลปะชาวเมืองพะเยาที่คงอยู่ที่วัดปงสนุก








          เดินทางต่อไปวัดแสงเมืองมาบริเวณตั้งเวียงเก่าซ้อนกันที่ยุค1:เขลางค์นคร 
      ยุค 2 : เมืองละกอน และต้นยุค 3 : นครลำปางช่วงต้นก่อนยายเมืองข้ามน้ำวังไป 
      ฝั่งตะวันออกที่บริเวณวัดบุญวาทย์วิหาร

 











           วิทยากร อ.มงคล ถูกนึก พูดถึงความสำคัญของบริเวณวัดแสงเมืองมาทั้งช่วง         ที่เป็นส่วนของ "เวียงดิน" ในยุคเขลางค์นคร เป็นวัดสำคัญในการเผยแพร่พุทธ
     ศาสนา "นิกายป่าแดด" ในสมัย "พระเจ้าแก้วหารแต่ท้อง"ครองเมืองละกอนและ 
     จุดเปลี่ยนสำคัญช่วงที่พ่อเจ้าทิพย์ช้างเข้ากอบกู้บ้านเมืองช่วงต้นของนครลำปาง
     จุดเริ่มการปกครองบ้านเมืองของราชวงศ์ "ทิพยจักร" อันมีพ่อเจ้าทิพย์ช้างเป็นต้น
     สกุลมีเจ้าครองนครลำปางและเชื้อเจ็ดตน รวมทั้งหมด 12 องค์โดยเจ้าบุญวาทย์ 
     วงศ์มานิต เป็นเจ้าครองนครลำปางเป็นองค์สุดท้าย










          ก้อนหินเสี่ยงทายที่พ่อเจ้าทิพย์ช้างจะมายกเสี่ยงทายก่อนออกรบทัพจับสึกทุก
      ครั้ง ปัจจุบันยังตั้งแสดงอยู่ในวิหารวัดแสงเมืองมา





           แวะเยี่ยมชมบ้านหลุยส์ ที ลีโอโนเวนศ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงาน 
     อ.อ.ป.ไม่ห่างจากวัดแสงเมืองมามากนัก เป็นพื้นที่จัดตั้งบริษัททำไม้อีกแห่งหนึ่ง  
    ในยุคการทำอุตสาหกรรมไม้สักในเมืองลำปางสมัยรัชกาลที่ 5 ในช่วงที่เจ้าบุญ 
    วาทย์ วงศ์มานิตเจ้าครองนครลำปางองค์สุดท้าย นายหลุยส์ลูกชายของแหม่มแอน
    นาครูสอนภาษาอังกฤษให้แก่ ร. 5 มร.หลุย์ที่ติดตามแม่มาและอยู่ในวัยเดียวกับ 
    ร. 5 จึงเป็นพระสหายคนหนึ่ง มร.หลุยส์สนิทคุ้นเคยกับเจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิตจึงมี 
    บทบาทสำคัญคนหนึ่งในนครลำปางยุคนั้น





           จุดสุดท้ายเยี่ยมชมหออะม๊อก ( หอปืนใหญ่ ) บริเวณบ้านศรีเกิดในเขตกำแพง
     เมืองยุค 3 เป็นป้อมปืนมุมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของเมืองลำปางจัดสร้าง
     ขึ้นในสมัยเจ้าคำโสมผู้ครองเมืองต่อจากเจ้ากาวิละ จากจารึกของพม่าป้อมนี้มี
     บทบาทสำคัญในการต่อต้านพม่าที่มาล้อมนครลำปางแต่ต้องแตกพ่ายเพราะการ
     ป้องกันของหออะม๊อกแห่งนี้








      คณะกลับมาวัดเกาะฯได้เวลาเติมพลังมื้อเที่ยงกับอาหารกล่องที่แสนอร่อย






          หลังรับประทานอาหารกลางวันแล้วเป็นช่วงเวลาสะท้อนความรู้สึกและความ
     คิดเห็นจากการเรียนรู้ทั้งเรื่ององค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์เมืองลำปางและออก
     ศึกษาเรียนรู้จากสภาพจริงในพื้นที่เมืองโบราณเขตกำแพงเมือง 3 ยุคโดยตัวแทน
     ผู้เข้าร่วมสัมมนาจรในครั้งนี้ได้แสดงความเห็นไว้โดยสรุปดังนี้ 
            " ได้รับความรู้ความเข้าใจ เห็นความสำคัญที่จะช่วยกันเผยแพร่ ฟื้นฟูให้คน
     ลำปางได้เห็นรากเหงาของตัวเอง เห็นประโยชน์คุณูประการที่บูรพกษัตริย์ได้
     สร้างสรรค์ไว้และควรแก่การอนุรักษ์สืบสานความเป็นเมืองเก่าและให้ชนรุ่นหลัง
     เห็นความสำคัญและก่อให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรัษ์ทางประวัติศาสตร์แก่ทั้งชาว
     ลำปางและประชาชนทั่วไปได้ รวมทั้งช่วยกันเผยแพร่องค์ความรู้ด้าน  
     ประวัติศาสตร์เมืองลำปางให้กว้างขวางต่อไป "







          ท่านรองนายกฯเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิงกล่าวขอบคุณและปิด
การสัมมนาจร


            โครงการสัมมนาจรแก่โรงเรียนผู้สูงวัยของตำบลบ่อแฮ้วในครั้งนี้บรรลุ
     วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและคาดว่าจะมีโครงการ
     ดีๆอย่างนี้ต่อไป

           ********************************************************
 
Copyright © 2018 ลำปางรักษ์เมืองเก่า (LPOCC). Designed by OddThemes > Developed by mediathailand